โครงการความร่วมมือไทย-เซิร์น

     ความร่วมมือระหว่างไทยกับเซิร์น (CERN: The European Organization for Nuclear Research) เกิดขึ้นด้วยพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่สนพระทัยในความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเซิร์น ในหลายวโรกาสได้ทรงมีพระราชดำริว่า หากนักวิทยาศาสตร์ของไทยได้มีโอกาสทำงานวิจัยร่วมกับเซิร์น จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ไทยเป็นอันมาก เพื่อสนองแนวพระราชดำริดังกล่าว จึงได้เกิดการประสานงานระหว่างทีมผู้บริหารของเซิร์นและสถาบันวิจัยแสงซินโค รตรอน (องค์การมหาชน) ถึงความเป็นไปได้ในการร่วมมือทางวิชาการในแขนงที่เกี่ยวข้อง กระทั่งในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนเซิร์น ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2552 จึงได้มีการลงนามในเอกสารแสดงเจตจำนงความร่วมมือกัน (Expression of Interest in The Participation of Physicists from Universities and Research Institutes from Thailand in the CMS Experiment at the CERN LHC Accelerator (EOI) ระหว่างสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และกลุ่มการทดลอง CMS ที่ตั้งอยู่ ณ LHC ของเซิร์น โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระกรุณาธิคุณเสด็จประทับเป็นองค์ประธานสักขีพยานในการลงนามครั้งนั้นด้วย

เซิร์น หรือ องค์กรเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป เป็น องค์กรระหว่างประเทศในยุโรปที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยฟิสิกส์พื้นฐานระดับโลกตั้งอยู่ที่เมืองเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ปัจจุบันงานวิจัยหลักของเซิร์นเกี่ยวข้องกับฟิสิกส์อนุภาคมากกว่าฟิสิกส์นิวเคลียร์ เซิร์นเป็นสถาบันวิจัยฟิสิกส์พื้นฐานระดับโลก และมีบทบาทสำคัญในการสร้างความตระหนักและเผยแพร่ความรู้ด้านฟิสิกส์อนุภาค และเป็นแหล่งรวมนักวิจัย วิศวกร และนักฟิสิกส์ชั้นนำของโลกในการออกแบบ จัดสร้างเครื่องเร่งอนุภาค  เครื่องตรวจวัดอนุภาค และวิจัยทั้งทางทฤษฎีและการทดลองด้านฟิสิกส์อนุภาค รวมถึงการวิจัยที่เป็นฟิสิกส์แนวหน้า (Frontier Physics) เมื่อปลายปี พ.ศ. 2552 เซิร์นได้สร้างปรากฎการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในการเดินเครื่องเร่งอนุภาคแบบวงกลม ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่เรียกว่า เครื่องเร่งอนุภาค LHC (Large Hadron Collider) เพื่อศึกษาถึงผลของการชนกันของลำอนุภาคโปรตอน ซึ่งเป็นการจำลองเหตุการณ์บิ๊กแบง (Big Bang) ที่เป็นจุดกำเนิดของจักรวาล โดยคาดว่าจะทำให้ค้นพบอนุภาคที่เป็นที่มาของอนุภาคมูลฐานของสสารได้ อันนำไปสู่การไขความลับเกี่ยวกับการกำเนิดจักรวาล ดูรายละเอียดเกี่ยวกับเซิร์นได้ที่ http://public.web.cern.ch/public/

 

 

ภายหลังจากการลงนาม สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนฯ ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการความร่วมมือระหว่างไทยกับเซิร์น ซึ่งเริ่มดำเนินการโดยการจัดทำโครงการคัดเลือกนักศึกษาและครูสอนฟิสิกส์ เพื่อเข้าร่วมโปรแกรมภาคฤดูร้อนเซิร์น และเพื่อให้การดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือระหว่างไทยกับเซิร์นเกิดผล สัมฤทธิ์อย่างสูงสุด คณะอนุการรมการจึงได้ริเริ่มความร่วมมือทางวิชาการ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียน การสอน การบริการทางวิชาการ และการวิจัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นที่มาของการจัดทำบันทึกลงนามของ 13 หน่วยงาน เพื่อความร่วมมือทางวิชาการโครงการความร่วมมือไทยกับเซิร์น ประกอบด้วย

                             1. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

                             2. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)

                             3. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (จุฬาฯ)

                             4. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

                             5. มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.)

                             6. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์  สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ศฟ.)

                            7. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

                            8. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

                            9. สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.)

                           10. สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สนนก.)

                           11. สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.)

                          12. สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.)   และ

                          13. สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) (สซ.)

ซึ่งจะร่วมกันดำเนินกิจกรรมภายใต้ความร่วมมือระหว่างไทยกับเซิร์นใน 4 โครงการ ได้แก่

  1. โครงการคัดเลือกนักศึกษาและครูสอนฟิสิกส์ เพื่อเข้าร่วมโปรแกรมภาคฤดูร้อนเซิร์น
  2. โครงการ National e-Science Infrastructure Consortium
  3. โครงการส่งเสริมการจัดกิจกรรมวิชาการที่เกี่ยวข้องกับเซิร์น
  4. โครงการส่งเสริมนักศึกษาปริญญาโท-เอก นักวิจัยไปทำงานวิจัย ณ เซิร์น และพัฒนาให้เกิดการทำวิจัยร่วมกับเซิร์น