CERN School Thailand

หลักการและเหตุผล

          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทัยและทรงสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยทางด้านฟิสิกส์อนุภาคในประเทศไทย ดังจะเห็นได้จากการที่ พระองค์ทรงเสด็จพระราชดําเนินเยือนสถาบันวิจัย CERN ถึง 4 ครั้ง และ เมื่อครั้งที่เสด็จพระราชดําเนินเยือน CERN เป็นครั้งที่ 3 นั้น ได้มีการลงนาม ใน Expression of Interest (EOI) in The Participation of Physicists from Universities and Research Institutes from Thailand in the CMS Experiment at the CERN LHC Accelerator  ระหว่างสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และ CERN โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้นักฟิสิกส์จากประเทศไทยเข้าร่วมทําการทดลองด้านฟิสิกส์อนุภาคพลังงานสูงกับกลุ่มการทดลอง CMS (The Compact Muon Solenoid Experiment) ที่ CERN     

         เพื่อสนองแนวพระราชดำริที่ทรงมีพระประสงค์ที่จะเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศไทยกับเซิร์น ภายใต้ชื่อโครงการ CERN School Thailand  ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ทุกๆ  2 ปี โดยมีมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ    

วัตถุประสงค์

1     เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านฟิสิกส์อนุภาคให้กับนิสิต นักศึกษาในประเทศไทย

2    เพื่อระดมสมองกำหนดแผนงานวิจัยในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ CERN

3    เพื่อกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศทางด้านวิชาการในสาขาวิชาฟิสิกส์ให้เป็นที่รู้จัก

4    เพื่อให้นิสิต นักศึกษา และนักวิจัยได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความรู้เชิงวิชาการ

 

รูปแบบการจัดการอบรม

การบรรยายทางวิชาการในเนื้อหาที่เกี่ยวกับฟิสิกส์อนุภาคทั้งด้านทฤษฎีและด้านการทดลอง  โดยแบ่งการอบรมออกเป็น 2 ช่วงดังนี้

Ÿ  Pre-school ระยะเวลา 5 วัน ก่อนการอบรม เป็นการบรรยายโดยคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยเป็นภาษาไทย เพื่อเป็นการปูพื้นฐานความรู้ เกี่ยวกับฟิสิกส์อนุภาค และเครื่องตรวจวัดอนุภาคที่เกี่ยวข้อง

Ÿ  School  ระยะเวลา 5 วัน เป็นการบรรยายโดยวิทยากรจากองค์วิจัยนิวเคลียร์ยุโรป (CERN) และนักวิจัยที่เกี่ยวข้อง

 

จำนวนผู้ร่วมกิจกรรม

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้นประมาณ 60 คน

และคณะกรรมการจัดงานอีก 15 คน 

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1  กระตุ้นให้เกิดบรรยากาศทางวิชาการในสาขาวิชาฟิสิกส์อนุภาคโดยภาพรวมทั้งประเทศ

2   นิสิต นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับฟิสิกส์อนุภาคเพิ่มมากขึ้น และสนใจที่จะศึกษาต่อทางด้านฟิสิกส์อนุภาคมากขึ้น

3  ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เข้าร่วมอบรมและสร้างเครือข่ายการวิจัยทางด้านฟิสิกส์อนุภาค